เครื่องฟอกอากาศ คืออะไร

เครื่องฟอกอากาศ คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อ ทำให้อากาศภายในห้องสะอาดขึ้น ด้วยการกำจัดสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ เช่น ฝุ่นละออง PM2.5, เชื้อโรค (แบคทีเรีย, ไวรัส), สารก่อภูมิแพ้ (ไรฝุ่น, เกสรดอกไม้, ขนสัตว์), ควันบุหรี่, กลิ่นไม่พึงประสงค์, และก๊าซพิษบางชนิด 

ในยุคปัจจุบันที่มลภาวะทางอากาศเป็นปัญหาใหญ่ทั้งภายนอกและภายในอาคาร เครื่องฟอกจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหลายครัวเรือน เพราะเราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอาคาร และอากาศที่เราหายใจเข้าไปนั้นส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ

ตอนที่ 1 : ประเภทของเครื่องฟอกอากาศ

ตอนที่ 2 : การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

ตอนที่ 3 : 10 เครื่องฟอกอากาศคุณภาพดีราคาไม่แรง

ตอนที่ 4 : การดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศ

ตอนที่ 5 : สรุป

ประเภทของ เครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศ
  1. แบบแผ่นกรอง HEPA

✅ กรองฝุ่นละเอียด PM2.5, PM10, ละอองเกสร, เชื้อรา, แบคทีเรีย

✅ ได้รับความนิยมสูง

❗ ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองตามรอบเวลา

 

  1. แบบแผ่นกรองคาร์บอน 

✅ ดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น ควันบุหรี่, กลิ่นอาหาร, สารเคมี
✅ มักใช้ร่วมกับแผ่น HEPA

❗ ไม่เน้นกรองฝุ่นละเอียดมาก

 

  1. แบบปล่อยประจุ 

✅ ปล่อยประจุลบเพื่อจับฝุ่นให้ตกพื้น

✅ ช่วยลดควัน และกลิ่นบางชนิด
❗ อาจเกิดโอโซน ถ้าไม่ได้มาตรฐาน อาจระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ

 

  1. แบบ UV-C หรือแสงอัลตราไวโอเลต

✅ ฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส

✅ มักใช้เสริมกับระบบกรองอื่นๆ
❗ ต้องเลือกเครื่องที่มีฉนวนป้องกันรังสี UV รั่วไหล

 

  1. แบบกรองด้วยน้ำ

✅ อากาศผ่านน้ำก่อนเป่ากลับ ช่วยเพิ่มความชื้นไปในตัว

✅ เหมาะกับพื้นที่อากาศแห้ง

❗ ต้องทำความสะอาดถังน้ำบ่อย ป้องกันเชื้อรา

 

  1. แบบใช้โอโซน

✅ กำจัดกลิ่นแรง เชื้อรา และฆ่าเชื้อได้ดีใน เลขเด็ดงวดนี้ 

❗ ห้ามใช้งานขณะมีคนอยู่ในห้อง เพราะโอโซนเข้มข้นอาจอันตรายต่อปอด

การเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ

  1. ขนาดห้องและค่า CADR
  • CADR คืออะไร? CADR คือค่ามาตรฐานที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของเครื่องฟอกในการผลิตอากาศบริสุทธิ์ต่อนาที ยิ่งค่า CADR สูง เครื่องก็ยิ่งฟอกอากาศได้เร็วและเหมาะกับห้องขนาดใหญ่ขึ้น
  • คำนวณขนาดห้อง: วัดขนาดห้องที่คุณต้องการนำเครื่องฟอกไปวาง (กว้าง x ยาว) เพื่อให้ทราบพื้นที่เป็นตารางเมตร จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับค่า CADR ที่ระบุไว้บนตัวเครื่องหรือในข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์
  • หลักการเลือก: ควรเลือกเครื่องฟอกที่มีค่า CADR สูงกว่าขนาดห้องเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถฟอกอากาศได้รวดเร็วเมื่อมีมลภาวะเพิ่มขึ้น

 

  1. ประเภทของมลภาวะหลักที่คุณกังวล
  • ฝุ่นละออง PM2.5, ฝุ่นทั่วไป, ไรฝุ่น, เกสรดอกไม้, ขนสัตว์: ควรเลือกเครื่องที่มีแผ่นกรอง HEPA (High-Efficiency Particulate Air) เป็นหลัก เพราะ HEPA filter สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ด้วยประสิทธิภาพสูงถึง 99.97%
  • กลิ่นไม่พึงประสงค์ (ควันบุหรี่, กลิ่นอาหาร, กลิ่นสัตว์เลี้ยง), สารเคมีในอากาศ (VOCs): ควรเลือกเครื่องที่มีแผ่นกรอง Activated Carbon (คาร์บอนกัมมันต์) ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นและก๊าซพิษต่างๆ
  • เชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, เชื้อรา: บางรุ่นอาจมีเทคโนโลยีเสริม เช่น ระบบ Ionizer / PlasmaCluster / Nanoe ที่สร้างประจุไฟฟ้าเพื่อยับยั้งเชื้อโรค หรือหลอด UV-C ที่ใช้แสงอัลตราไวโอเลตในการฆ่าเชื้อ (ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของเทคโนโลยีที่สร้างโอโซน)
  • เครื่องฟอกแบบผสมผสาน: หลายรุ่นในปัจจุบันมักมาพร้อมกับระบบกรองหลายชั้น (เช่น Pre-filter, HEPA, Carbon) เพื่อให้สามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนได้หลากหลายประเภท

 

  1. ประเภทของไส้กรองและอายุการใช้งาน
  • อายุการใช้งานไส้กรอง: ไส้กรองแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันไป (โดยทั่วไป 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพอากาศ) ควรสอบถามจากผู้ขายหรือตรวจสอบจากข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • ราคาไส้กรองทดแทน: ไส้กรองเป็นอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนเป็นประจำ และเป็นค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่สำคัญ ควรเปรียบเทียบราคาไส้กรองของแต่ละรุ่นและแบรนด์ เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว
  • ความสะดวกในการเปลี่ยนไส้กรอง: เลือกเครื่องที่สามารถเปลี่ยนไส้กรองได้ง่ายด้วยตัวเอง ไม่ต้องเรียกช่าง

 

  1. ฟังก์ชันเสริมที่น่าสนใจ
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศ: เครื่องที่มีเซ็นเซอร์จะสามารถตรวจจับปริมาณฝุ่นหรือมลภาวะในอากาศได้ และบางรุ่นสามารถปรับความแรงพัดลมได้เองโดยอัตโนมัติ
  • โหมดกลางคืน (Sleep Mode): ลดระดับเสียงการทำงานของเครื่องและปิดไฟแสดงสถานะ เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi และแอปพลิเคชัน: ช่วยให้คุณสามารถควบคุมเครื่องฟอกจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน ตรวจสอบคุณภาพอากาศ หรือตั้งเวลาการทำงานได้
  • ดีไซน์และขนาด: เลือกดีไซน์ที่เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้าน และมีขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่วาง
  • ระดับเสียงรบกวน: ตรวจสอบค่าระดับเสียงรบกวน (หน่วยเป็นเดซิเบล dB) โดยเฉพาะหากจะวางเครื่องในห้องนอน ควรเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงต่ำ

 

  1. งบประมาณและแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ
  • กำหนดงบประมาณ: เครื่องฟอกมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ควรตั้งงบประมาณที่เหมาะสมกับคุณสมบัติที่คุณต้องการใน เลขเด็ดงวดนี้ 
  • เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ: เลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง มีมาตรฐานการผลิตที่ดี มีการรับประกันสินค้า และมีบริการหลังการขายที่ชัดเจน เพื่อความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
  • รีวิวจากผู้ใช้งานจริง: ศึกษาข้อมูลและอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจ

10 เครื่องฟอกอากาศ คุณภาพดีราคาไม่แรง

เครื่องฟอกอากาศ
  1. Xiaomi Mi Air Purifier 4 Lite
  • ครอบคลุมพื้นที่ ~25-40 ตร.ม. | มีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น PM2.5 | ราคา ~3,000-4,000
  1. Sharp FP-J30TA
  • ครอบคลุม ~23 ตร.ม. | มี Plasmacluster | ดีไซน์เล็กกะทัดรัด | ราคา ~3,000 บาท
  1. Philips AC0820/20 Series 800
  • ระบบกรอง 3 ชั้น | ครอบคลุม ~49 ตร.ม. | มีระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ | ราคา ~4,000 บาท
  1. Toshiba CAF-X33XPL
  • กรองฝุ่น PM2.5 | ครอบคลุมพื้นที่ ~25 ตร.ม. | เงียบ ประหยัดไฟ | ราคา ~3,000-3,500 บาท
  1. Levoit Core 300S
  • HEPA 3 ชั้น | เชื่อมต่อแอปได้ | ควบคุมด้วยเสียง Alexa/Google | ราคา ~4,000-5,000 บาท
  1. HATARI HT-AP12
  • แบรนด์ไทย | กรองฝุ่น+กลิ่น | เหมาะกับห้องนอนเล็ก | ราคา ~2,000 บาท
  1. Blueair Blue Pure 411 Auto
  • ดีไซน์ทันสมัย | มี HEPA Silent | ครอบคลุม ~15 ตร.ม. | ราคา ~4,500 บาท
  1. Samsung AX32BG3100GB
  • ฟิลเตอร์ HEPA13 | ฟอกกลิ่น+ไวรัส | ครอบคลุม ~31 ตร.ม. | ราคา ~4,500-5,500 บาท
  1. Imarflex Air Purifier รุ่น APA-150
  • ขนาดเล็ก พกพาง่าย | มีฟอก UV | เหมาะกับรถยนต์/โต๊ะทำงาน | ราคา ~1,000-1,500 บาท
  1. Mitsubishi Electric MA-E85R-W
  • ฟอกได้เร็ว ครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ | ระบบ PM2.5 +กลิ่น | ราคาเริ่มต้น ~6,000+ บาท (รุ่นราคากลาง)

การดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศ

  • ทำความสะอาดแผ่นกรองเป็นประจำ
  • เปลี่ยนแผ่นกรองตามกำหนด
  • เช็ดตัวเครื่องให้สะอาด
  • วางในที่เหมาะสม
  • ตรวจสอบสัญญาณแจ้งเตือน
  • ไม่เปิด-ปิดบ่อยโดยไม่จำเป็น
  • อ่านคู่มือจากผู้ผลิต

สรุป

เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยกรองฝุ่นละออง เชื้อโรค กลิ่นไม่พึงประสงค์ และสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เหมาะสำหรับผู้เป็นภูมิแพ้หรืออาศัยในพื้นที่ที่มีมลภาวะสูง มีหลายระบบกรอง เช่น HEPA, Activated Carbon และ Ionizer ขึ้นอยู่กับการใช้งานที่ทุกคนควรมีติดบ้านไว้นะครับ